Saturday, December 04, 2021

ตรวจสุขภาพทั่วไป

     มนุษย์ทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้ซึ่งมีทั้งที่ทราบสาเหตุและไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันโรคได้ โดยมีการแบ่งประเภทของการตรวจสุขภาพเป็น 2 ประเภท คือ การตรวจสุขภาพทั่วไป (จำแนกโดยเพศและอายุ) และการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน (จำแนกจากความเสี่ยงในการสัมผัสสิ่งที่คุกคามสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในอาชีพต่างๆ ) ซึ่งเป็นกลุ่มประชากร กว่าร้อยละ 50 ของประเทศที่ใช้เวลาในการทำงานไม่น้อยกว่า 30 ปี ของอายุขัย จึงจำเป็นต้องมีการประเมินความเสี่ยงจากสิ่งคุกคามสุขภาพในขณะปฏิบัติงานโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งสอดคล้องกับกฏกระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างและส่งผลตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2547 

     สถิติลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือโรคเนื่องจากการทำงานและโรคจากการทำงาน ที่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนสำนักงานประกันสังคมกระทรวงแรงงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ถึงปี พ.ศ. 2552 ได้ลดลงจาก 190,979 ราย เป็น 149,436 รายตามลำดับ

     นอกจากนี้ผู้อำนวยการสำันักงานสถิติแห่งชาติได้เผยแพร่ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 106,620 คน ตามโครงการ " พัฒนาดัชนีความก้าวหน้าแห่งชาติ " พบว่าความสำคัญที่สุดของชีวิตคือ สุขภาพร้อยละ 74

     การเตรียมตัวก่อนการตรวจสุขภาพควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

     1. ไม่ควรออกกำลังกายหรือไม่ควรอดนอน ดื่มสุราหรือกาแฟในวันและคืน ก่อนการตรวจสุขภาพเนื่องจากจะทำให้ผลการตรวจปัสสาวะผิดพลาดได้ และความดันโลหิตอาจสูงกว่าที่เป็นจริง

     2. ควรใส่เสื้อผ้าแขนเสื้อสั้นหรือเสื้อที่พับแขนได้ เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด

     3. ถ้ามีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายควรใส่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวได้สะดวก

     4. ถ้าต้องตรวจภายใน ( สุภาพสตรี ) ควรสวมกระโปรง

     5. สุภาพสตรีที่่่กำลังจะมีหรือมีประจำเดือนหรือหลังหมดประจำเดือนใหม่ๆ ( < 5 วัน ) อาจทำให้ผลการปัสสาวะคลาดเคลื่อนได้ควรแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

     6. การอดอาหารก่อนตรวจสุขภาพการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดต้องงดน้ำและอาหารทุกชนิดก่อนการเจาะเลือด 8 ชั่วโมง ส่วนการตรวจไขมันในเลือด ( คลอเลสเตอรอ, ไตรกลีเซอรไรด์, ไขมันดีและไขมันไม่ดี ) งด 12 ชั่วโมงถ้ากระหายน้ำหรือหิวมาก ให้จิบน้ำเปล่าหรืออมน้ำแข็งได้เพียงเล็กน้อย

     7. เมื่อเจาะเลือดเสร็จแล้วควรพับแขนไว้อย่างน้อย 5 - 10 นาที ไม่คลึงหรือนวดบริเวณที่เจาะเลือดเพราะอาจทำให้เส้นเลือดแตกได้ แล้วสามารถรับประทานน้ำและอาหารได้ทันที

     8. ในกรณีที่มีรอยช้ำเขียวบริเวณที่เจ้าเลือด แสดงว่ามีเส้นเลือดที่ถูกเจาะแตก รอยช้ำดังกล่าวจะหายไปได้เองใน 1 - 2 สัปดาห์ อาจใช้น้ำแข็งหรือของเย็นประคบหรือทายาแก้ฟกช้ำ เช่น ฮีรูดรอยด์ช่วยได้แต่ไม่ควรนวดคลึงบริเวณที่เส้นเลือดแตก

     9. การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน ควรงดน้ำ อาหาร 4 ชั่วโมง ถ้าหิวหรือกระหายน้ำมากให้ดื่่มน้ำหวานหรือน้ำได้ แต่ให้งดนมหรือครีม สำหรับการตรวจช่องท้องส่วงล่างควรดื่มน้ำๆมากๆ จนปวดปัสสาวะแล้วค่อยมารับการตรวจ

     10. การเก็บปัสสาวะให้ถ่ายปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อน แล้วกั้นไว้จากนั้นให้เก็บปัสสาวะช่วงกลาง ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ( สุภาพสตรีใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณอวัยวะที่ปัสสาวะด้วยก่อนถ่่ายปัสสาวะ )

     11. การถ่ายภาพรังสีทรวงอกหรือที่อื่นๆในวันตรวจ ให้งดใส่เครื่องประดับต่่างๆ ที่เป็นโลหะ สุภาพสตรีไม่ควรใส่ชุดชั้นในที่เป็นโครงเหล็ก เนื่องจากโลหะจะบังร่างกายส่วนที่ต้องการถ่ายภาพ อนึ่งไม่ควรถ่ายภาพรังสีใดๆ หากไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่

     12. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่สูบบุหรี่มานานหรือผู้ที่มีญาติพี่น้องเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดังเลือดสูง อัมพาต หรืออัมพฤกษ์ หากจะตรวจวัดระดับไขมัน หรือน้ำตาลในเลือด ให้ลดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดให้ครบ 12 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือดจะทำให้ได้ผลการตรวจที่ดียิ่งขึ้น ( ให้ดื่มน้ำเปล่าได้ ) อนึ่งผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันเลือดสูง โรคไทรอยด์เป็นพิษ ให้กินยาได้ตามปกติและดื่มน้ำเปล่าพอควร ( ไม่ต้องกังวลเรื่องกินยาหลังอาหาร ) เพื่อนำผลการตรวจวัดระดับความดันโลหิต หรือน้ำตาลในเลือด หรือไขมันในเลือด หรือระดับการทำงานของต่อมไทรอยด์ มาประเมินร่วมกับอาหารต่างๆ เพื่อนสรุปผลการรักษาโรคต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพเพียงใด

โปรแกรมการตรวจสุขภาพ 1 เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี

โปรแกรมการตรวจสุขภาพ 2 เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 25 - 35 ปี

โปรแกรมการตรวจสุขภาพ 3 เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 - 50 ปี

โปรแกรมการตรวจสุขภาพ 4 เหมาะสำหรับสุภาพสตรี

โปรแกรมการตรวจสุขภาพ 5 ตรวจความพร้อมก่อนสมรส